01/09/12 - Detective Dee and the Mystery of the Phantom Flame (Hark Tsui/ China, Hong Kong/ 2010) - 3.5/5
 
     (ดูนานแล้ว เพิ่งได้เขียน ขอบรรทัดเดียวจบ)

     ก่อนดูคิดว่าคงไม่ชอบ แต่พอได้ดูจริงๆก็พบว่ามันเพลินและสนุกดีเหมือนกัน ชอบความแฟนตาซีของมันที่ผสมเข้ากับเรื่องราวของหนังสืบสวน
 
 
 
07/09/12 - It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์/ ไทย/ 2554) - 3.5/5
 
    ส่วนตัวเร็วเห็นว่าหนังเรื่องนี้เป็น Insert in the Backyard ภาคที่ซอฟท์และง่ายต่อการเข้าถึงมากกว่า ง่ายต่อการเสพและย่อยเพื่อรับสารที่หนังต้องการเสนอได้ดีกว่าและเราก็ชอบมากกว่าด้วย ชอบการผูกเรื่องของหนังและการแสดงของเพ็ญพักตร์มากๆๆๆ
 
 
 
 
09/09/12 - ตำรวจเหล็ก (คมน์ อรรฆเดช/ ไทย/ 2529) - 2/5
 
     หนังตำรวจจับผู้ร้ายด้วยสไตร์หนังฮ่องกงยุค 80 ที่ภาพคนดีและผู้ร้ายชัดเจนไม่ยากเกินแยกแยะ หนังไม่มีอะไรน่าสนใจเท่ากับว่านี่คือหนังเรื่องแรกของ มาช่า วัฒนพานิช (ในชื่อเริ่มแรกในวงการว่า พิม วัฒนพานิช) ในบทนักข่าวสาวสุดสวยแสนลุยผู้น่าจะจับไปเป็นตากล้องสารคดีสงครามมากๆ (ประมาณว่ามึงจะตีจะต่อยกันยังไงก็เรื่องของมึง กูจะขอถ่าย ถ่ายแล้วก็ถ่ายอย่างเดียว)
 
 
 
13/09/12 - Paranoir Agent (Satoshi Kon/ Japan/ 2004/ TV Series) - 5++++/5
    ซาโตชิ คง คือคนทำอนิเมชั่นที่เราชอบที่สุดและเศร้าใจที่สุดเมื่อเขาตายจากไปแล้วเมื่อ 24 ส.ค. 2010 จะว่าไป คง คืออนิเมเตอร์คนแรกที่ทำให้เรารู้ว่าโลกของอนิเมชั่นนั้นไม่ได้เจาะจงเฉพาะอยู่แค่กับเด็กๆที่ฝันถึงโลกอันสวยงามพร้อมกับความดีงามในทุกสรรพสิ่ง เขาคือผู้ที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิดความรู้สึกกับสิ่งที่เรียกว่า "หนังการ์ตูน" ไปเลยแบบหน้ามือเป็นหลังตีนเพราะเขาพิสูจน์ให้เราเห็นว่าการนำเสนอแบบการ์ตูนนี่แหละที่เหมาะสมมากในการนำมารองรับการสื่อสารที่สะท้อนกับความเป็นจริง ให้เราเห็นและรู้สึกกับมันได้ง่ายขึ้นในสารที่หนักแสนหนัก จุดเด่นมากๆในงานของ คง คือการเลือนความฝัน จินตนาการ ภาพหลอนต่างๆเข้ากับความเป็นจริง ตัวละครของเขา(และเราผู้ดู)มักแยกไม่ออกว่าอะไรคือภาพจริงหรือภาพฝัน รวมไปถึงการเจาะลึกลงเข้าไปในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ที่สะท้อนออกมาเป็นภาพเหนือจริงอันสะท้อนกับสังคมที่วางครอบอยู่อีกที

     Paranoir Agent คือทีวีซีรี่ย์ 13 ตอน ความโดดเด่นมากๆของมันคือการสะท้อนวัฒนธรรมและปัญหาสังคมต่างๆของญี่ปุ่นได้อย่างถือว่าครอบคลุม, ยอดเยี่ยมและถึงกึ๋นผ่านการปรากฏตัวของ "โชเน็น เบ๊ต" เด็กมัธยมซิ่งโรลเลอร์เบลดสีทองพร้อมไม้เบสบอลในมืออันเหมือนเป็นตัวแทนของการคลี่คลายปัญหา (ตัวละครนี้เรานึกไปถึง Q ใน Visitor Q) ตัวละครที่มักปรากฏกายขึ้นและเข้าทำร้ายผู้คนที่อยู่ในภาวะไร้ทางออก แต่ละตอนของหนังคือการพาผู้ชมไปค้นหาว่าโชเน็น เบ็ต คือใคร? หรืออะไร? เข้าไปพัวพันกับผู้คนอย่างไร? และมันสามารถสะท้อนอะไรกับวัฒนธรรมและปัญหาสังคมได้บ้าง? โดยท้ายที่สุดเราอาจได้พบคำตอบมากมายหรือไม่ก็อาจไม่พบอะไรเลยเพราะ โชเน็น เบ๊ต นั้นอาจอยู่ใกล้ตาเราเกินไปจนไม่ทันสังเกตุเห็น แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีตัวตน

     ปล. ส่วนตัวชอบตอน 8 มากที่สุด ชอบการจบของซีรี่ย์ด้วยและโครตแนะนำมากๆกับทุกคน
 
15/09/12 - FM460: ความล้มเหลวไม่ได้มาเพราะโชคช่วย (พัชร เอี่ยมตระกูล/ ไทย/ 2555) - 4/5
    ดูไปคิดถึงตอนที่เคยริอยากทำหนังสั้นเลยรวมกลุ่มกับเพื่อนๆที่ชอบเหมือนๆกันมาทำหนังกันแล้วก็พบว่าตัวเราเองนั้นไม่เหมาะเลยกับการทำหนังที่นอกจากจะไม่รู้ห่าอะไรแล้ว ตัดสินใจอะไรไม่ขาดแล้วก็ยังพบปัญหาต่างๆเหมือนกับนักเรียนหนังในหนังเรื่องนี้ คือแค่ความอยากทำหรืออยากมีหนังของตัวเองมันไม่ได้เป็นตัวที่บอกว่าเราจะชอบในการรังสรรค์มันขึ้นมาเพราะเส้นทางมันมีปัญหาเป็นร้อยแปดที่เราต้องก้าวข้ามให้ได้อันเป็นตัวพิสูจน์คนจริงที่อยากทำจริงๆ

     ส่วนเส้นเรื่องอีกทางอย่างการบงการต่างๆนาๆของอาจารย์นั้นแรกๆก็เข้าใจถึงความรู้สึกของพวกนักเรียนที่มันต่อต้านแต่อีกด้านก็เข้าใจในอีกกลุ่มที่มันไม่รู้จะเดินไปยังไงจริงๆมันเลยต้องพึ่งพาการช่วยเหลือให้มันเสร็จสิ้นไปซึ่งตอน Q&A เห็นว่าหนังเวอร์ชั่นนี้ลดทอนเรื่องอาจารย์ลงไปเยอะซึ่งเราว่ามันทำให้หนัง น่าจะบาลานซ์และดูมีวุฒิภาวะขึ้น (แต่เราก็ยังอยากจะดูหนังดราฟท์แรกอยูดี)

     ชอบตอน Q&A ที่คงสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับทั้งคนดู, คนสัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์เพราะมันเป็นการประทะกันระหว่างความคิดสองด้าน สนุกดี
 
15/09/12 - Project X (Nima Nourizadeh/ US/ 2012) - 2/5
 
 
     ถ้าจะให้สุดมันไม่ควรจะจบแบบนี้ มันตีหัวแล้วลูบหลังแบบไม่ซื่อมากๆ แต่ก็ชอบในความหลุดโลก(แบบเวอร์ๆ)ของมัน
 
 
 
 
16/09/12 - Architecture 101 (Yong-Joo Lee/ South Korea/ 2012) - 4.5/5
    I'm always surrendering with film like this, film that make me recall to the part that almost completely forget, of course this film is too nostalgia for plot and feeling and too cliche but because of my life is extremely cliche! especially in a case like this film, I saw my mom on the screen and also myself as a leading role (except a career cos I'm just a inferior salary man not a charming architect) above all I can touch a feeling of my first true love (at least I really thought it's true), a love that you can feel but can not explain or tell anybody, a love that you believe in but ridiculously love itself never ever believe in everyone.

     ยิ่งพิมพ์ยิ่งอยากจะอ๊วกให้ตัวเองแต่เอาน่ะมันคือเรื่องจริง
 
17/09/12 - จันดารา ปฐมบท (ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล/ ไทย /2555) - 1.5/5
    ดูๆไปก็ตลกดี หนังมันขัดขาตัวเองสะดุดล้มหัวแตกเลือดอาบแต่ก็ยังสามารถขึ้นมานั่งหัวเราะ แบบไร้สติได้อยู่ เราไม่ว่าหรอกกับทัศนคติทางการเมืองบางอย่างของหม่อมน้อยแต่นี่มันก็ไม่ต่างกับหนังชวนเชื่อรักชาติแบบไร้สติ ผลผลิตของคนมีเชื้อที่มอบให้แก่สังคมอันเคลือบด้วยงานภาพงามตาแต่ภายในแฝงซ่อนเร้นอะไรที่ตรงกันข้ามไว้อย่างแนบเนียบ อย่างไรก็ตามก็คงต้องรอดูภาคปัจฉิมบทอีกทีว่าทัศนคตินั้นจะออกมารูปแบบไหน(ในแง่ที่ว่ามันสุดกู่แค่ไหน)  รวมไปถึงความน่าสนใจของตัวละครที่มีความเป็นต่างชาติอยู่ เราอยากรู้ว่ามันจะออกมารูปแบบไหนจริงๆ ว่าแล้วเดี๋ยวไปเอาฉบับนนทรีย์มาล้างตาดีกว่า

     อนึ่ง ข้าพเจ้าอยากตบกบาลอีคุณแก้วในทุกๆฉากจริงๆ น่ารำคาญมาก ไม่เข้าใจว่าจะเอาดาราญี่ปุ่นมาแสดงทำไม? (ไม่นับมาริโอ้นะ) แต่ข้าพเจ้าดีใจที่เห็นดาราหนังอาร์ไทยอันคุ้นตาไปโฉบฉายอยู่ในเรื่อง
 
19/09/12 - TED ( Seth MacFarlane/ US/ 2012) - 2/5
   
     มันน่าสนใจตรงที่การเล่าเรื่องแบบเทพนิยายฝุ้งฝันแต่ตัดเลี่ยนด้วยโลกแห่งความจริงและความห่ามของไอ้หมีเท็ดซึ่งมันเป็นไอเดียที่ดีแต่อาจเพราะโลกจริงกับโลกฝันมันเป็นคนละเรื่อง การดูหนังเรื่องนี้มันเลยรู้สึกมั่วอย่างประหลาดรวมไปถึงความที่หนังเรียกร้องความรู้ร่วมเยอะพอควรอันทำให้มันเป็นหนังที่ดูได้แค่เพลินๆเท่านั้น
 
 
 
 
19/09/12 - Vinyan (Fabrice Du Welz/  France, Belgium, UK, Australia) - 3/5
    มันว่าถึงการจมปลักกับความผิดหวังในอดีต ความหวังและการยอมรับความจริงซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนบางคนรวมไปถึงเรื่องราวการค้ามนุษย์ในเอเชียอาคเนย์และผลกระทบหลังการมาของคลื่นซึนามิในไทย หนังเปรียบวิญญาณในเรื่องกับชีวิตของผู้คน ชีวิตที่ล่มสลายและไร้หนทางออก แต่วิญญาณนั้นโชคดีกว่าตรงที่ยังมีแสงคอยนำพา แต่กับผู้คนในเรื่องนั้นกลับมืดบอดแปดด้าน

     ยังพยายามคิดเล่นๆอยู่ว่าเราจะมองหนังเรื่องนี้ในแนวการเมืองได้ไหม?อย่างไร?ด้วยมุมมองแบบไหน? ก็แค่คนนำทาง(ที่เหมือนนำคนไปผิดที่ผิดทาง)ที่ชื่อทักษิณนั้นก็ทำเอาคิดไป ได้ไกลโขแล้วจริงๆ ยิ่งฉากดูดนมก่อนหนังจบนี่ทำเอาความคิดกระจัดกระเจิง
 
20/9/12 - Mary and Max (Adam Elliot/ Australia/ 2009) - 4.5/5
 
 
   เซอร์ไพร์สมาก ตอนแรกคิดว่าเป็นหนังการ์ตูนดูเพลินๆแต่ที่ไหนได้มันดาร์คมาก มันวิภากษ์ผลกระทบของสังคมได้สุดแสนเศร้าในเรื่องราวการเติมเต็มของคนขาดพร่อง มันมืดหม่น หมองเศร้าแต่แสนวิเศษ
 
 
 
22/09/12 - Goemon (Kazuaki Kiriya/ Japan/ 2009) - 4/5
   
     เวอร์ฉิบหาย แต่สนุกแบบวอดวาย แรกๆก็หวั่นๆกับผู้กำกับที่เคยทำเราแทบหลับคาโรงมาแล้วใน Casshen แต่เอาเข้าจริงพี่แกสามารถแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆในหนังเรื่องก่อนได้เกือบหมด (โดยเฉพาะเรื่องความสนุก...ฮา) แม้เรื่องการแย่งบัลลังก์และเรื่องความดีอะไรนั้นจะกิ๊กก๊อกไปหน่อย แต่ถ้าดูเอามันส์ ดูเอาสนุกนี่มันถึงทุกกรณีจริงๆ (แถมเห็นหน้าเรียวโกะ กิ๊กเก่าแล้วชื่นใจเป็นการส่วนตัว 555)
 
 
25/09/12 - Searching for Elephant (Jeong Seung-Gu/ South Korea/ 2009) -
     ดูจบแล้วก็ยังงงๆ คือไม่รู้ว่ากิมมิคในเรื่องตามชื่อหนังนั้นมันใส่เข้ามาให้ดูเก๋ๆแค่นั้น หรือว่าจริงๆแล้วมันมีนัยยะอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า? เพราะตีไม่แตกจริงๆ แต่รู้สึกว่าหนังมันมีของ มันมีอะไรบางอย่างที่เรายังหาไม่เจอซึ่งก็คงต้องลองเอามาดูอีกรอบหนึ่ง ในเบื้องต้นเราพบว่าหนังนำเสนอภาวะหลายๆอย่างที่ส่งผลกระทบต่อบุรุษในยุคสมัยปัจจุบันได้น่าสนใจดีทั้งผลกระทบทางจิต, การเสพติดและการไขว่ขว้าที่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่อาจหลีกหนีการทำร้ายใครคนได้คนหนึ่งไปได้ ที่ชอบอีกอย่างคือการที่หนังค่อยๆเปิดเผยรายละเอียดที่ละเล็กละน้อยให้คนดูได้อึ้งกัน เดี๋ยวถ้าได้ดูอีกรอบคงได้อะไรมากกว่านี้
 
29/09/12 - Shark Night (David R. Ellis/ US/ 2011) - 1/5
 
     ใครๆก็ทำหนังวิภากษ์เรียลลิตี้กันไปไหนถึงไหนแล้ว แต่กูพึ่งนึกได้ว่าหนังเรียลลิตี้ฉลามยังไม่มีใครทำ งั้นทำซะหน่อยแล้วกันมันจะได้ครบองค์ (แต่รู้สึกว่ายังเหลือไอ้เข้นะ) ผลที่ได้คือหนังไม่มีอะไรน่าจดจำเลยโดยเฉพาะตัวละครทุกตัวที่ทำให้ฉลามซีจีกลายเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับสายตาที่สุดในหนังเรื่องนี้
 
 
 
29/09/12 - [REC]3: Genesis (Paco Plaza/ Spain/ 2012) - 4.5/5
    ถือได้ว่าหนังชุดนี้เป็นหนึ่งในหนังซอมบี้ที่เราชอบที่สุด ภาคแรกมันว่าด้วยเรื่องของอำนาจรัฐ ส่วนภาคสองมันไปไกลถึงพระเจ้า-ปีศาจในเรื่องของศาสนา มันเลยกลายมาเป็นหนังซอมบี้ที่นอกจากจะสนุกมากๆแล้วมันยังสามารถนำพาความคิด ไปได้อย่างไกลสุดขอบโลก

     มาภาคนี้หนังทำเซอร์ไพร์สโดยการโยนฟอร์แมตการนำเสนอแบบกล้องแฮนด์เฮลทิ้งไปเลยแล้วกลายไปเป็นหนังเล่าเรื่องไปแทน (ทั้งๆที่เริ่มต้นปูเรื่องมามีทั้งกล้อง HD, CCTV หรือแม้แต่กล้อง Steadicam ที่กะเล่นแบบสุดทางแต่สุดท้ายหนังก็ทำลายกล้องทิ้งแบบไม่ใยดีจนกูอึ้ง!) แถมในภาคนี้หนังก็ยังโยนเรื่องราวการวิภากษ์อำนาจและศาสนาจากสองภาคแรกทิ้ ไปแบบไม่ใยดีเหมือนกันแล้วหันไปหาความบันเทิงเต็มรูปแบบด้วยแนวการเรื่องเล่าในธีมเทพนิยาย เจ้าชาย เจ้าหญิงและความรักแบบ ever after แต่ขอโทษครับเพราะนี่มันเป็นหนังซอมบี้ ดังนั้นแล้วมันจึงเต็มไปด้วยเลือดที่สาดกระเด็นและภาพการทำร้ายล้างอย่างสุดขีดคลั่งและแน่นอนมันคงไม่สามารถจบแบบหนังเทพนิยายทั่วไปแน่ๆ

     ภาพจำ: อุโมงค์ เลื่อยไฟฟ้า ชุดเจ้าสาวและสายรัดน่อง
 

Comment

Comment:

Tweet

เดี๋ยวจะเสาะหามาดูในหลายๆเรื่องconfused smile

#5 By wesong on 2012-10-02 15:51

เห็นตัวอย่าง REC3 แล้วอยากดูมากครับ เพราะชอบสองภาคแรกอยู่ด้วยแล้ว big smile

#4 By Rachel Komolsut on 2012-10-01 22:03

อยากดู Architecture 101 มากๆ

#3 By iamdozenist on 2012-10-01 19:54

Omega: ขอบคุณจริงๆที่ยังติดตามเสมอๆครับ big smile

#2 By Seam - C on 2012-10-01 19:47

ว้าว REC3 น่าสนใจมั่กๆ open-mounthed smile

#1 By omega on 2012-10-01 18:32