ตุลา'12 กับหนังที่ได้ดู

posted on 02 Nov 2012 16:37 by seamsee in Movies
 
03/10/12 - 2-Headed Shark Attack (Christopher Ray/ US/ 2012) - 0.5/5
 
     ฉลามสองหัวกระหายเลือด แดกดะแบบนันสต๊อปแถมยังสามารถถล่มเกาะได้ด้วย และแม้จะฉลาดมาทั้งเรื่องแต่ก็ยังกลับมาตายแบบโครตโง่ได้อยู่ดี หนังเหี้ยใช้ได้เลยและตลกสัดหมาในความไร้ซึ่งตรรกะใดๆของมัน
 
 
 
06/10/12 - ไกรทอง (สุทัศน์ อินทรานุปกรณ์/ ไทย/ 2544) - 1/5
    ตัดเรื่องการนำเสนอที่เข้าขั้นย่ำแย่เละเทะและมั่วซั่วออกไป แล้วมาว่าถึงตัวเรื่องจริงๆของความเป็นไกรทองที่ได้เมียทั้งบนบกและในน้ำ(อย่างละ 2 เสียด้วย) ภาพจำของไกรทองคงหนีไม่พ้นภาพความเป็นใหญ่ของเพศชายทั้งต่อเพศหญิงที่ชัดเจนมาก เขามีเมียถึงสองคนในคราเดียวโดยที่ฝ่ายหญิงทำอะไรมากไม่ได้นอกจาก "แล้วแต่พ่อ"  (และยิ่งน่าคิดอีกว่าเหตุใดมวลหมู่คนรอบข้างแทบไม่รู้สึกถึงความผิดแปลกใดๆเลย) เพศหญิงในเรื่องแทบจะไม่มีบทบาทใดๆ ถ้าไม่มาเพื่อเป็นทาสรักของเพศชายแล้วก็มาเพื่อขัดใจทั้งๆที่หวังดีอันเป็นการกดทับเพศหญิงเอาไว้แบบไม่ใยดีและในอีกด้านนี่ยังเป็นการแสดงความเป็นใหญ่ต่อเพศชายด้วยกันเองโดยการแยกออก จากกันด้วยชนชั้นบางอย่าง กล่าวคือชาละวันนั้นคงไม่ต่างอะไรกับคนนอกหรือคนชั้นต่ำกว่า ครึ่งคนครึ่งเดรัจฉานอย่างเขามีหน้าที่เพียงแค่ผู้ถูกกระทำ บทจะสงบศึกยอมเลิกราก็ยังมาโดนทำร้ายคารังอย่างน่าเวจทนา

     สรุปแล้วเอาเข้าจริงๆหนังเรื่องนี้มันก็คือภาพแฟนตาซีสำหรับเพศชายโดยแท้ มันคือสิ่งที่เพศชายอยากมีและอยากให้มันคงอยู่ต่อไป (แต่จะได้หรือเปล่านั้นก็ขึ้นอยู่กับวาสนาเพียวๆไม่ใช่อื่นใด) เดียวจะเอาเวอร์ชั่น 2513 มาดูเทียบกัน
 
17/10/12 - Helter Skelter (Mika Ninagawa/ Japan/ 2012) - 5+/5
     จากหนังเกอิชาสีฉูดฉาด Sakuran มาสู่หนังดาราบ้าสวยที่สีฉูดฉาดไม่ต่างกันอันเหมาะเหลือเกินกับหญิงสาวผู้อยากสวยอยากดัง จริงๆหนังไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพร์สหรือสุดขอบอย่างที่คาดไว้แต่แรก หนังเล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมามากๆ วิภากษ์เรื่องราวทางสังคมและธุรกิจความสวยงามในยุคปัจจุบันแบบที่เราเคยเห็นกันบ่อยครั้ง ดังนั้นแล้วความสนุกมากๆของมันจึงไม่ได้อยู่ที่เรื
่องเล่าแต่กลับคือองค์ประกอบอื่นๆที่ก่อร่างสร้างมันขึ้นมา ทั้งองค์ประกอบด้านภาพและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้กำกับ เพลงประกอบสุดเก๋และหลากหลายที่เล่นใหญ่มากๆรวมไปถึงการแสดงอันน่ากราบของ Erika Sawajiri

     ความโดดเด้งของมันอีกอย่างหนึ่งคือการใส่สัญญะต่างๆอันข้องเกี่ยวกับเรื่องราวความสวยความงามเข้าไปได้อย่างพอเหมาะและมากความหมาย อาทิกระจกเงาสะท้อนภาพคนเบื้องหน้าที่ตั้งคำถามกลับมาว่าความสวยงามจะมีค่าเพียงใดหากไร้ซึ่งสิ่งที่สามารถสะท้อนภาพตัวเองได้และภาพที่เห็นคือสิ่งจริงแค่ไหน? หรือแม้แต่การสะท้อนอายุขัยของความงามด้วยผีเสื้อ

     น่าเสียดายที่ตอนจบหนังพยายามยัดบทสรุปให้กับทุกตัวละครแบบที่เยอะเกินไปมากๆ มันน่าจะจบแล้วก็ยังอุตส่าห์ไปขยายความยืดให้เสียอารมณ์และพาร์ตการสืบสวนเราก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่

     อย่างไรก็ตามการได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ นอกเสียจากงานด้านภาพและสีที่ว่าไปแล้วเราไม่แน่ใจว่าหนังจะได้เข้าไทยหรือเปล่าเพราะมันเต็มไปด้วยสิ่งที่เซ็นเซอร์ชอบทั้งนั้น (หนังเรื่องนี้ฉายทั้วฮ่องกงในเรต CAT III)

     ปล. โรงหนังที่ดู ก่อนฉายหนังมีแค่ตัวอย่างสองตัวและโฆษณางานศิลปะอีกตัวเดียวแล้วก็เข้าหนังเลย เป็นสุขมาก
 
11/10/12 - Love in a Puff (Ho-Cheung Pang/ HK/ 2010) - 2.5/5
    หนังบันทึกความเปลี่ยนแปลงของกฏระเบียบและข้อกำหนดของการสูบและจำหน่าย บุหรี่ในฮ่องกงที่มาพร้อมเรื่องราวความรักรอบถังเขี่ยบุหรี่สีส้มแป้นแล้น ได้ข่าวว่าหนังดังมากจนมีการสร้างภาคสอง หนังน่ารักดี ชอบวุฒิภาวะของตัวละครในเรื่อง อมยิ้มมากกับฉากเกาหลี-ญี่ปุ่น แม้ว่าเรื่องราวความเป็นจริงของการสูบบุหรี่ในฮ่องกงที่เราสังเกตเห็นมันจะ ตรงกันข้ามกับในหนังเลยเพราะต่างคนต่างสูบแล้วก็รีบกลับไปทำธุระของตัวเอง ต่อไป
 
   ออ! ฉากการตามล่าซื้อบุหรี่ข้ามคืนนี่เน่ามาก แต่เรายอมว่ะ 555+
 
 
21/10/12 - Helpless (Byun Young-Joo/ South Korea/ 2011) - 4/5
   สุ่มเลือกดูบนเครื่องแล้วก็พบว่าโชคดีแท้ที่ได้ดูเรื่องนี้ หนังว่าด้วยการตามหาว่าที่เจ้าสาวที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของสัตวแพทย์ หนุ่มที่เมื่อยิ่งสาวลงไปลึกเท่าใดก็ยิ่งพบกับความเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น จริงๆตัวเรื่องมันคือเรื่องน้ำเน่าด้วยแนวทางชีวิตแสนรันทดแต่ด้วยการนำเสนอ อันน่าติดตามโดยการค่อยๆปอกเปลือกเผยเบื้องหลังและแบล็คกราวด์ของตัวนางเอก นั้นทำได้ดีและถูกจังหวังอันำพาอารมณ์ขอเราให้พีคขึ้นไปเรื่อยๆจนสุดแม้ว่า หนังจะพูดกันเกือบทั้งเรื่องก็ตาม ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งหมดทั้งมวลคงต้องขอบคุณการแสดงอันยอดเยี่ยมของ Kim Min Hie ที่เข้าขั้นสุดยอดและบดบังทุกตัวละครชายในเรื่องให้ไร้ค่าไปเลย
 
21/10/12 - Weekend Lover (Lou Ye/ China/ 1995) - 4/5
   สิ่งที่เราชอบและทำให้เราอยากติดตามงานของ ผกก Lou Ye อยู่ เสมอคืองานภาพดิบๆและการถ่ายทำแบบสารคดีที่ช่วยเสริมเรื่องราวความสัมพันธ์ ของมนุษย์ให้สั่นสะเทือนอยู่ภายในได้เสมอๆ นี่คือหนังเรื่องแรกของเขาโดยที่เราได้ดูหลังจากเคยผ่านงานเยี่ยมๆของเขามา ก่อนแล้วทั้งจาก Suzhou River หรือกับ Summer Palace (ที่เข้าขั้นชอบมากๆทั้งคู่) เราพบว่าลายเซ็นต์ของเขานั้นโดดเด่นมาตั้งแต่หนังเรื่องแรกเลยจริงๆ มันมีทุกอย่างที่เราชอบโดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเกินกว่าจะนิยามและ เข้าใจได้ ความสัมพันธ์ที่ไม่ทางสายกลางเป็นตัวเลือก ดูไปอึดอัดไป

     สังเกตได้อย่างว่าหนังทุกเรื่องของพี่แกต้องมีคนตาย การตายที่สะเทือนถึงตัวละครและผู้ชมให้กลับมาตั้งคำถามถึงชีวิตอีกที
 
23/10/12 - คน-โลก-จิตรกร (ปาญญาณี/ ไทย/ 2555) - 1/5
    หนังไม่ได้มีอะไรเกี่ยวเนื่องกับหนังชื่อคล้ายๆกันของนนทรีย์เลยซักนิด (อันเป็นปกติธรรมดาของหนังแนวนี้อยู่แล้วที่ใช้ชื่อมาเป็นจุดขายเรียกความ สนใจจากคนซื้อรองจากหน้าปกเอ็กซ์ๆ) ครึ่งแรกของมันน่าเบื่อมากมีแต่โชว์นมโชว์ร่องอกกันอย่างเดียว จะมาน่าสนใจหน่อยก็ตรงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายที่อยู่ดีๆก็มีเรื่องการติดต่อ ข้ามเวลาเข้ามาแบบหน้าตาเฉยแบบงงแล้วก็จบไป ทิ้งให้เราเหวอรับประทานไปห้วงหนึ่ง อย่างไรก็ตามนี่คงเป็นหนังอาร์ไทยสมัยใหม่เรื่องแรกๆเลยมั๊ง(ที่เราได้ ดู)ที่มีประเด็นรักร่วมเพศแบบเลสเบี้ยน แต่มันก็เป็นประเด็นในกรอบศีลธรรมอันดีแบบที่เห็นกันเกลื่อนอยู่ดียังไม่ สามารถข้ามออกจากกรอบนั้นไปได้
 
24/10/12 - Looper (Rian Johnson/ US/2012) - 4/5
   "เวลาเปลี่ยนผัน คนเปลี่ยนแปลง"

     ได้ดูงานของจอร์นสันครบทั้งสามเรื่อง(สามแนว)และทุกเรื่องก็อยู่ในเกณฑ์ชอบ มากทั้งนั้น แม้เราจะเฉยๆกับเรื่องการข้ามเวลาอะไรเทือกนั้น แต่เราชอบมากๆกับองค์ประกอบอื่นๆของมันโดยเฉพาะกับเรื่องผลสะท้อนอันหลาก หลายของเวลา  หนังแสดงให้เห็นว่าเวลานั้นสร้างเหตุการณ์ ส่วนเหตุการณ์ก็เป็นตัวสร้างความทรงจำที่ไปส่งผลกระทบต่อชีวิตอีกที การตั้งคำถามถึงสิทธิของชีวิตที่เราพึงมีและพึงเลือก  การตัดสินใจเพื่อการเปลี่ยนแปลงรวมไปถึงการเก็บรักษามันไว้และการที่มันบอก กับเราว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนใครได้นอกจากตัวเราเอง

     ว่าจะดูอีกรอบแบบไม่พากย์ (พากย์ไทยเหี้ยมากครับ)
 
25/10/12 - Shokuzai AKA. Penance (Kiyoshi Kurosawa/ Japan/ 2012) - 5+++/5
    นี่สิโหดสัดของจริง! รุนแรงในระดับสะท้านทรวงงงงงงงงงงงงงง

     มันคือละครโทรทัศน์ขนาดสั้น 5 ตอนที่อนุภาคความโหดในแต่ละตอนเข้าขั้นสุดในทุกๆตอน อนุภาพความรุนแรงจะค่อยๆเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆจนเกินขีดแดงแล้วระเบิดออกเมื่อ ตอนสุดท้ายจบลง!!!

     ประเด็นสำคัญอันเป็นประเด็นหลักของมันคือเรื่อง "บาปที่ก่อ" และ "การไถ่บาปที่ติดตัว" แต่ขอโทษทีที่การไถ่บาปของแต่ละตัวละครนั้นไม่มีคนใดเลยที่ไถ่ถอนบาปเพื่อไป สู่ชีวิตที่ดีขึ้น กลับกันมันกลับยิ่งทำให้ชีวิตดิ่งลงเหวลึก ยิ่งไถ่ถอนเท่าไหร่ความฉิบหายก็เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรการไถ่บาปของแต่ละตัวละครจะดูเป็นเรื่องเล็กไปเลยเมื่อเราได้ พบในท้ายที่สุดว่าความเลวร้ายขั้นสุดทั้งหมดทั้งมวลนั้นคือ "บาปที่ไม่สามารถไถ่ถอนให้ออกจากตัวไปได้เลย" ต่างหาก

     รับประกันความโหดโดยนักเขียนนิยายคนเดียวกับ Confessions หนังโหดสัดเมื่อสองปีก่อน
 
28/10/12 - Piranha 3DD (John Gulager/ US/ 2012) - 0.5/5
 
     ห่า! เสียดายของจากภาคแรก จากหนังเกรดบีเริ่ดๆ กลายเป็นหนังเกรดซีไปซะงั้นที่นอกจากจะต่อยอดไม่ได้แล้วยังกลับกลายมาเป็น การทำลายสิ่งดีๆที่ภาคแรกทำไว้ด้วย ไปดูฉลามสองหัวไล่กัดคนแบบถื่อๆยังสนุกกว่าอีกให้ตาย
 
 
 
 
28/10/12 - Tokyo Sonata (Kiyoshi Kurosawa/ Japan/ 2008) - 5/5
    หนังดาร์คอย่างที่ชอบแต่ไม่ได้สะเทือนอะไรมากมายอย่างที่คาดอาจเพราะเราไม่ ได้รู้สึกแปลกใหม่กับสิ่งที่หนังต้องการเสนอเท่าไรนัก อย่างไรก็ตามเรายอมรับว่าหนังทำได้ถึง จังหวะจะโคนลื่นไหล กระแทกกระทั้นได้ถูกจังหวะแบบเงียบๆแต่รุนแรงซึ่งไอ้ความเงียบนี้เป็น ประเด็นหนึ่งของหนังที่น่าสนใจ ตัวละครหลายตัวเลือกที่จะไปเปิดเผยตัวตน ไม่ปริปากพูดเนื่องด้วยหลายหลากสาเหตุอันเป็นผลกระทบมาจากสภาพสังคมโดยเฉพาะ ญี่ปุ่นและโดยเฉพาะโตเกียว มันเลยกลายเป็นเหมือนลูกโป่งที่ยิ่งไม่พูด ยิ่งเก็บไว้ซักวันมันก็แตกออก ฉาบหน้าแห่งความสุขมลายหายไปให้หลงเหลือทิ้งไว้แค่ความจริงอันเจ็บปวด หากรับกับมันได้ก็คือการเริ่มต้นใหม่ แต่หากไม่ก็ต้องตัดเรื่องราวให้มันจบไป

     อีกประเด็นหนึ่งที่เราสนใจคือการปกครองแบบพ่อปกครองลูก ข้อสงสัยหนึ่งที่เราอยากรู้คือความรู้สึกถึงศักศรีและการลุแก่อำนาจนั้นมัน เกิดขึ้นมาก่อนหรือหลังจากการได้ปกครองแบบนี้? เพราะธรรมชาติของคนเป็นแบบนั้นอยู่แล้วหรือเปล่าจึงเกิดการปกครองแบบนี้? หรือเพราะการปกครองแบบนี้ทำให้คนเป็นแบบนั้น? รวมไปถึงผลกระทบของการปกครองแบบนี้ที่มันทำให้เกิดช่องว่างบางอย่างระหว่าง กัน ช่องว่างที่ผู้ปกครองและผู้ใต้ปกครองไม่สามารถข้ามก้าวผ่านไปได้ ซึ่งอย่างที่บอก ถ้ามันผ่านได้ก็คือการเริ่มต้นใหม่ แต่หากไม่ก็ต้องตัดเรื่องราวให้มันจบไปเช่นเดิม

     ปล. ได้ดูหนังเรื่องนี้หลังจากซีรี่ย์ Shokuzai ทำให้รู้สึกเหมือนได้ไปดูภาคต้นของซี่รี่ย์ 555+
 
29/10/12 - Survival of the Dead ( George A. Romero/ US, Canada/ 2009) - 1.5/5
   เสียดายที่หนังมีประเด็นที่น่าสนใจเยอะแยะแต่กลับโดนการนำเสนอของมันทำลาย หายวับไปกับตา มันเป็นหนังที่ประเด็นแข็งแต่การนำเสนอน่าเบื่อมากแทนที่จะไปโฟกัสที่เรื่อง ว่าเหตุใดซอมบี้บนเกาะสามารถใช้ชีวิตกลับมาเหมือนมนุษย์และผลของมันหลังจาก นั้นหรือในเรื่องที่ว่าเราจะสามารถปรับให้ซอมบี้หันไปกินสิ่งอื่นนอกจากคน ได้ไหม? ซึ่งความสนุกที่คาดว่าได้แน่ๆคือการแทนค่าซอมบี้และผู้คนในเรื่องตามประสา หนังประเภทนี้ที่เรื่องนี้เราอาจได้เห็นภาพแทนของการปกครองอะไรเทือกนั้น แต่อย่างที่บอกว่าหนังมันไปโฟกัสอะไรก็ไม่รู้ มันกลับไปเน้นเรื่องราวครอบครัวและความแค้นระหว่างกันแทนซึ่งถ้าทำได้น่า สนใจก็ว่ากันไปแต่นี่กลับไม่ ยิ่งการแสดงนี่ยิ่งเกินเยียวยา ทุกตัวละครน่ารำคาญมาก
 
31/10/12 - Sinister (Scott Derrickson/ US/ 2012) - 3.5/5
    เราเฉยๆกับความน่ากลัวนะเพราะหลายๆการหลอกมันมักเกิดขึ้นตามขนบที่คุ้นเคย อยู่แล้วเลยเดาได้ว่ามันจะตุ่งแช่ตอนไหนรวมไปถึงเรื่องตำนานเทพกินเด็กรวมไป ถึงปริศนาอะไรพวกนั้นเราก็เฉยๆ แต่ที่เราสนใจคือสื่อเคลื่อนไหวต่างๆที่้ข้องเกี่ยวกับตัวหนังทั้งกล้อง ซูเปอร์ 8, เทป VHS, กล้องถ่ายวีดีโอแบบพกพารวมไปถึงฟอร์แมตหนังที่ฉาย

     การใช้กล้องซูเปอร์ 8 อาจคือการเคารพการเริ่มต้นของการบันทึกภาพเคลื่อนไหวในระดับจุลภาคอย่างครอบ ครัวที่หนังบิดให้มันคือการบันทึกภาพฆาตกรรมแทน, VHS คือการกลับไปรับรู้ความยิ่งครั้งอดีตที่ทำให้ยุคหนึ่งคนไม่เข้าโรงหนังเพราะ การมาของเครื่องเล่น VHS ในบ้านที่ในหนังคือการบันทึกความสำเร็จของตัวเอกเมื่อครั้งอดีต ส่วนกล้องถ่ายวีดีโอแบบพกพาก็คือการมาแทนที่ฟิล์มโดยที่หนังใช้กล้องแบบนี้ ในการทำซ้ำฟิล์มแบบตรงไปตรงมาอันยังเป็นภาพแทนของฟอร์แมตหนังที่ฉายอีกที (อันเป็นแบบ Digital)

     ดังนั้น จากหนังผีหลอนๆ มันได้กลายมาเป็นหนังบันทึกประวัติศาสตร์การบันทึกภาพเคลื่อนไหวไปโดยปริยาย (แน่นอน! คงสำหรับเราคนเดียว 555)
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ได้ดูสักเรื่อง
แต่แวะมาทักทายครับ open-mounthed smile

#3 By Navagan (103.7.57.18|110.49.232.169) on 2012-11-08 21:25

กราบเก้งามๆๆๆๆๆ big smile

#2 By Seam - C on 2012-11-06 08:54

เฮ้ยผมโคตรนับถือเลยนะ ยอมดูไอ้ฉลามสองหัวได้นี่ ผมขอคารวะ 1 ที
อ่านแล้วชักอยากดู Sinister ขึ้นมาฮะ ตอนแรกไม่คิดอยากจะดู
(เห็นบนเฟซบุ้คมาตลอดฮะ แต่คิดว่า มาคอมเมนท์บนนี้บ้างดีกว่า เดี๋ยวนี้บล็อกเหลือน้อยแล้ว)

#1 By keaaaa on 2012-11-04 21:04