10th World Film Festival

posted on 17 Dec 2012 14:25 by seamsee in Movies
 
16/11/12 - Mekong Hotel (Apichatpong Weerasethakul/ Thai/ 2012) - 5++++/5
    ในที่สุดพี่เจ้ยก็ดึงบันไดลงมาตามท่อนจบของเพลง Acrophobia ในช่วงท้ายของลุงบุญมีฯ การจะเขียนและพูดถึงหนังเรื่องนี้ในที่สาธารณะอย่างเต็มสูบนั้นคงเป็นเรื่องไม่ง่ายนักเช่นเดียวกับลุงบุญมีฯ เอาเป็นว่านี่คือหนังการเมืองที่พูดถึงสังคมไทยสมัยใหม่ได้อย่างน่าคิดและไปไกลมากสำหรับเรา

หนังยังคงเลือนความเป็นเรื่องแต่งกับเรื่องจริง(ของการถ่ายทำ)เข้าด้วยกันอย่างหนังหลายๆเรื่องของพี่เจ้ยซึ่งความสำเร็จเสมอมาของวิธีนี้คือการเปิดกว้างให้ผู้ชมตีความอันส่งผลให้สารนั้นแข็งแรงขึ้น(ในแบบปัจเจกบุคคล) โดยพาเราเข้าไปพบเรื่องราวของผีปอบ, ครอบครัวและความรักละหว่างหนุ่มสาวในช่วงที่น้ำท่วมกรุงเทพ ณ โรงแรมริมฝั่งโขงที่ล้อไปกับการถ่ายทำของหนังเรื่องนี้และการบรรเลงดนตรีคลาสสิคตลอดทั้งเเรื่อง มันเป็นบทบันทึก เป็นเรื่องเล่ารวมไปถึงเป็นเสียงกรี๊ดร้องรุนแรงอันแผ่วเบาด้วยภาพชีวิตเล็กๆที่สะท้อนภาพของคนตัวเล็กๆในสังคมขนาดใหญ่ทีชำรุดทรุดโทรม

หนังยังให้ภาพความสัมพันธ์ของยุคสมัยได้อย่างน่าสนใจ กล่าวคือหนังพยายามเล่าเรื่องแบบเก่าด้วยบริบทแบบใหม่ เลือนเรื่องเล่าเก่าแก่เข้ากับสภาพการณ์สมัยใหม่อันว่าด้วยเรื่องของปอบ, ตัวแทนของบางสิ่งที่ยังสามารถเข้าไปกัดกินไส้ของคนสมัยปัจจุบัน ตัวแทนของบางสิ่งที่อยู่ในตัวคนสมัยปัจจุบันอันพร้อมจะเข้าไปกัดกินเพื่อนร่วมสังคมด้วยกันเอง มันอาจเป็นความผิดบาปที่ไม่อาจแก้ที่เวียนว่ายตายเกิดไม่มีที่สิ้นสุด

อนึ่ง ต้องขอชมและกราบงามๆให้กับการแสดงที่เหมือนไม่ได้แสดงของป้าเจน เธอทำให้เราทึ่งมากว่าเหตุใดทุกอย่างที่ผ่านตัวเธอออกมาถึงเป็นธรรมชาติมาก ฉากเศร้าเสียใจของเธอนี่ทำเอาเราขนลุกทีเดียว!

ภาพการเล่นเจ็ตสกีบนลำน้ำโขงที่มีสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเป็นพื้นหลังในยามพระอาทิตย์ตกดินในช่วงท้ายของหนังนั้นอาจไม่มีอะไรมากไปกว่าการแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย แต่เมื่อมีเรือไม้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับการแล่นเข้าไปสู่ฝั่งลาวแล้วไซร้ เราพบว่าเราไม่มีทางหลีกหนีอดีตพ้นไปได้เลยแม้จะพยายามมากเพียงใดก็ตาม
 
17/11/12 - Colour in the Dark (Sophie Heldman/ France/ 2010) - 5++/5
 
  มันเป็นหนังของคนแก่ใกล้ตายที่อบอุ่นมาก มันค่อยกัดเซาะเหมือนทะเลวิ่งเข้าหาหาดทราย เมื่อบ้านหลังใหญ่, สวนดอกไม้งดงามและครอบครัวค่อยๆลดทอนความหมายลงไปสู่สิ่งที่เล็กที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (ในที่นี่คือความตายของบุคคลและคู่ชีวิต) อนึ่งชอบเคมีและพลังของตัวละครหลักทั้งสองมาก สายตา รอยยิ่ม น้ำตาที่อยู่ในหนังส่งผลกระทบอย่างสูงกับเรา
 
 
 
17/11/12 - Holy Motors (Leos Carax/ France, Germany/ 2012) - 5/5
    ต้องโทษตัวเองที่ไม่ยอมปล่อยตัวให้ไหลไปกับความหลุดโลกแบบสุดขั้วของหนัง มัวแต่มานั่งคิดนู่นคิดนี่ ประติดประต่อโน่นนี่ จนมารู้ตัวอีกทีว่าทำตัวเองพลาดแล้วก็เมื่อหนังก็ใกล้จะจบล่ะโดยที่หลายสิ่งที่พยายามคิดนั้นท้ายที่สุดก็เป็นสิ่งไร้ค่า แต่เอาล่ะแม้จะเฟลกับตัวเองไปบ้างแต่ก็ต้องยอมรับว่าหนังมันทะลุจักรวาลจริงๆ การไปพบนัดของตัวละครแต่ละครั้งมันค่อยๆบ้าและเหวอรับประทานขึ้นไปเรื่อยๆ มันบิดทุกความเชื่อและคาดหวังของคนดู (ถ้ามันยังมีอะไรให้หวังได้บ้างอะนะ) ยิ่งฉากจบนี่มันคือบทสรุปของทุกอย่างเลยเพราะนอกจากจะบอกกับเราว่าเราดูผิดทางแล้วมันยังเป็นการตอกย้ำถึงความทะลุโลกของมันเองด้วย ว่าจะหามาดูอีกรอบแล้วดูแบบไหลตามน้ำไปพร้อมกับหนังอีกสองเรื่องของลีโอที่เราไม่ได้ดูในเทศกาล
 
17/11/12 - Gaamer (Oleg Sentsov/ Ukraine/ 2011) - 4.5/5
    มันว่าด้วยเรื่องของเด็กติดเกม เรียนไม่เรียนเล่นแต่เกมซึ่งเล่นเก่งด้วยซิ เก่งและมุ่งมั่นจนสามารถแข่งขันจนได้ลำดับที่สองของทัวร์นาเม้นต์ระดับประเทศ ได้ทุนเรียนต่อด้วยซึ่งดูเหมือนจะไปได้สวย แต่พอครึ่งเรื่องหลังเมื่อเราได้พบความสำเร็จของตัวละครแล้วหนังก็โยนคำถามใส่เราดังโครมว่า "สำเร็จแล้วไง?"

     แน่นอนคนเรามองความสำเร็จใดๆไม่เหมือนกัน คุณค่าจะด้อยลงทันทีหากว่าเราอยู่ในฐานะคนนอกของความสำเร็จนั้นๆ ยิ่งเป็นวงการเกมด้วยแล้วเราว่ายิ่งทำความเข้าใจได้ยากยิ่งกว่า ความสำเร็จของวงการเกมนั้นมันเป็นสิ่งที่ Unique มากๆ มันเป็นเพียงกลุ่มก้อนของคนบางกลุ่ม ความความสำเร็จของพวกเขาก็เป็นเพียงเพื่อสร้างชื่อให้คนบางกลุ่มในที่นี้คือเจ้าของเกมต่างๆและด้วยความเป็นเกมที่มีความแตกต่างค่อนข้างชัดเจนกว่าวงการหนังหรือหนังสือ มันเลยยิ่งทำให้คุณค่านั้นเล็กจ้อยลงไปอีก ดังนั้นแล้วเมื่อหนังเลยพ้นไปจากความสำเร็จว่างเปล่าที่ว่านั้นแล้วความเจ็บปวดก็ค่อยๆก่อตัว
 
17/11/12 - The Bad Intentions (Rosario Garcia-Montero/ Peru, Argentina, Germany/ 2011) - 5+++/5
 
 
     หนังสนุกมาก การได้ดูความเดียงสาของเด็กสาวสุดเปรตนั้นคือความรื่นรมณ์อย่างที่สุด ตอนจบพีคมาก เสียดายอยู่อย่างที่ไม่มีพื้นความรู้เรื่องการเมืองในเปรูบ้าง ไม่งั้นคงสนุกมากกว่านี้กับสิ่งต่างๆที่หนังกล่าวไปถึง    
 
 
 
18/11/12 - Fados (Carlos Saura/ Portugal, Spain/ 2007) - 4/5
 
 
   หนังว่าด้วยเรื่องของศิลปะ "ฟาดู" ในโปรตุเกสอันหมายถึงการร้องและเล่นเครื่องดนตรีเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของโปรตุเกสเองโดยการนำการแสดงและบทเพลงมาเล่าเรื่องต่อๆกันไปทั้งประวัติศาสตร์ของประเทศและความรู้สึกของประชากร เพลินตาเพลินหูดี
 
 
 
18/11/12 - The Sandman (Peter Luisi/ Switzerland/ 2011) - 5++/5
 
    มันว่าด้วยเรื่องของชายที่ไม่ถูกกับสาวเจ้าของร้านกาแฟใต้ตึก แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็กลับฝันถึงเธอในทุกๆคืนแถมยังฝันว่าได้เป็นแฟนกันที่รักด้วยสิ แต่สิ่งประหลาดก็เกิดขึ้นเมื่อร่างการของเขาค่อยๆหายไปกลายเป็นเม็ดทรายที่มีฤทธิ์ในการทำให้คนหลับได้ พล๊อตแม่งเก๋มาก นี่น่าจะเป็นหนังที่ดูง่าย เสพง่ายที่สุดในเวิล์มฟิล์มแล้วกระมั๊งที่เราได้ดู หนักสนุกมาก ตลกมากและน่ารักมากๆๆ เป็นหนังรอม-คอมจากสวิตซ์ที่หวานกำลังดีและทำให้เรายิ้มแก้มปริ
 
 
18/11/12 - Under Snow (Ulrike Ottinger/ Germany/ 2011) - 5/5
    ในการดูหนังเทศกาลทุกๆครั้งมันมักจะมีหนังที่เปิดประสบการณ์การดูหนังของเราเสมอมา หนังที่เหมาะกับการดูในโรงภาพยนต์เท่านั้นและเรื่องนี้ก็คือหนึ่งในนั้นและเนื่องด้วยหนังพูดภาษาอังกฤษและไม่มีซับเราจึงสามารถตัดเรื่องความรู้เรื่องไม่รู้เรื่องออกไปได้เลย (เพราะรู้บ้างไม่รู้บ้าง) ไหลเอื่อยไปกับภาพงามๆ คมๆก็พอด้วยเรื่องเล่าตามตำนาน เรื่องเล่าความรักระหว่างชายหนุ่มกับจิ้งจอกสาวพร้อมกับสามสาวตาบอดที่ถูกร่ายไปพร้อมๆกับวิถีชีวิตและประเพณีของกลุ่มชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในญี่ปุ่นท่ามกลางหิมะขาวโพลน มันคือบทกวีทางสายตา มันคือพลังทางภาพอันทรงพลัง มันคือการเลือนเรื่องเล่าเข้ากับความเป็นสารคดี จนกลายเป็นประสบการณ์การดูหนังอีกครั้งของเรา (แน่นอนชื่อเจ้าป้า Ottinger จะอยู่ในใจไปอีกนาน)

     ปล. ชอบฉากละครโนริมน้ำมากๆที่มันไปไกลและเหวออย่างที่สุด (นอกเหนือจากความเหวออื่นๆอะนะ)
 
18/11/12 - Return to Burma (Midi Z./ Taiwan, Burma/ 2011) - 5+++/5
    สารคดีที่ว่าด้วยเรื่องของการกลับบ้านเกิดของลูกจ้างพม่าในไต้หวันผู้หนึ่ง หนังพาเราไปพบกับครอบครัวเขา เพื่อนๆของเขาพร้อมๆไปกับการหาลู่ทางทำมาหากินในบ้านเกิดของเขา พาเราไปพบกับความยากลำบากในบ้านเกิดที่ทำให้คนในประเทศแห่แหนกับไปทำงานต่างประเทศด้วยค่าแรงที่มากกว่าหลายเท่าตัว แต่แล้วเหตุใดเขาถึงอยากกลับบ้าน?

     หนังเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แม้หลายๆฉากน่าจะเป็นการจัดฉากขึ้นมา (แต่ฉากที่ไม่จัดนี่ก็เล่นเอาอึ้งรับประทานเหมือนกันนะเช่นฉากซื้อมอเตอร์ไซร์หรือฉากซื้อบริการทางเพศที่เล่นสโลร์ชัตเตอร์กันเลย) และให้ภาพพม่าที่ต่างไปจากความรับรู้ของเราโดยสิ้นเชิง จุดที่เด่นมาของมันคือหนังไม่มีการตัดสินใดๆแก่โชคชะตาของตัวละครเลย มันเลยทำให้มันพีคมากเมื่อหนังจบลง

     อนึ่ง พม่าในหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นพม่าทางตอนเหนือเพราะทั้งเรื่องพูดภาษาจีน (แต่จีนอะไรนี่ไม่แน่ใจ)
 
21/11/12 - Laurence Anyways (Xavier Dolan/ France, Canada/ 2012) - 5++++/5
    ได้ดูเรื่องนี้ก่อน I Killed My Mother แล้วก็ได้ตายสลบ ฟินแดกแม้หนังจะยาวเหยียด 3 ชั่วโมง มันเก๋มาและไปไกลมากสำหรับหนังที่ว่าด้วยเรื่องของเพศทางเลือกและผลกระทบกับสังคมของมันที่นำเสนอออกมาได้อย่างน่าคิดและไม่โอนเอียง จริงๆเอาแค่ดูนักแสดงหลังทั้งสองก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆแล้วเพราะแม่งใส่กันเกินร้อยมากๆ ทรงพลังมากๆทั้งคู่ ทรงพลังในที่นี้คือพลังที่ระเบิดออกมาอย่างกับระเบิดปรมณูลงตรงกลางศรีษะให้สมองกระจุย!! ตัวละครทั้งสองมันรักกันมาก มันเป็นสายสัมพันธ์ที่ไม่มีวันตัดขาด มันเติมเต็มกันและกันตลอดเวลา มันเลยโครตเศร้าที่เมื่อสุดท้ายเราพบว่าความคาดหวังด้วยความหวังดีของมันทั้งคู่นั้นกลับกลายเป็นการสร้างเยื้อบางๆขึ้นมาระหว่างกันจนสุดท้ายก็ต้องเดินจากกันไปคนระทาง ฉากในบาร์ช่วงท้ายนี่เป็นบทสรุปที่ทำเราเกือบตายทีเดียวเพราะคนนึงจะ "เดินอยู่บนดิน" แต่อีกคนจะ "อยู่บนฟ้าแล้วค่อยร่วงมาตายบนดิน"
 
23/11/12 - Short Wave Programme 1: International:
    - Otobus (Turkey, Olgu Baran Kubilay, 2011) - 4/5: เราชอบอารมณ์และโทนของหนังมากแต่ไม่ชอบตัวเรื่องเท่าไหร่

     - The Great Monteleone (Portugal, Joao Leitao, 2011) - 3/5: เราว่ามันเศร้านะแต่ดันเดาเรื่องได้ก่อนมันจะจบ ก็เลยไม่โดนเท่าที่ควร

     - Rew Day (Bulgaria, Svilen Dimitrov, 2011) - 4/5: อนิเมชั้นที่เก๋ดี

     - My Profit (Turkey, Hakan Un, 2011) - 5/5: หนังเสนอภาพสังคมและเศรฐกิจที่เปลี่ยนผ่านของตุรกีได้น่าคิดและเจ็บดี

     - Thank God (Iran, Jamshid Ghodrati, 2012) - 3/5: หนังโชว์คอนเซ๊ปสั้นๆแต่ชัดดี

     - Gianni Schicchi (Italy, Francesco Visco, 2011) - 4/5: หนังไม่มีอะไรแต่มันน่ารักดี
 
23/11/12 - Le Havre (Aki Kaurismäki/ Finland, France, Germany/ 2011) - 5+++/5
    หนังมันอัศจรรย์จัง คือ มันเป็นหนังเรียบๆว่าด้วยเรื่องราวของคนเล็กๆในเมืองเล็กๆที่มาพร้อมกับอาร์ตไดฯประหลาดๆ การจัดแสดงประหลาดๆในเรื่องราวอันแปลกประหลาด (แต่เดินเรื่องมาแบบเรียบๆ งงไหม?) หนังมันวิภากษ์อะไรหรือเปล่าเราไม่แน่ใจแต่เราเพลินมากกับความประหลาดที่ไม่คุ้นลิ้นกับหนังเรื่องแรกของเคียรอสมากิที่เราได้ดู

     จริงอย่างที่พี่ชายฟิล์มซิกค์บอกหลังหนังจบว่า เคียรอสมากิทำหนังแฟรี่เทลในแบบของตัวเอง ไม่มีพระหล่อ นางสวย แต่เป็นแฟรี่เทลเฉพาะตัว เป็นความงดงามเฉพาะตัว คงต้องหาหนังของเขามาดูเพิ่มเติม
 
23/11/12 - Post Teneblas Lux (Carlos Reygadas/ Mexico, France, Netherlands, Germany/ 2012) - 5++++/5
 
   หนังที่ชอบมาเป็นอันดับสองของเวิล์มฟิล์มปีนี้ ไม่รู้ว่าเตรียมตัวมาดีจนพร้อมรับมืออย่างอยู่ตั้งใจด้วยหรือเปล่าที่ทำให้สามารถไหลลื่นไปกับหนังได้อย่างแสนสุข(แต่รุนแรง) จริงอยุ่แม้หนังจะเฮี้ยนมากแต่ก็น้อยกว่าที่คาดคิดไว้เยอะเลย (เว้นเสียก็แต่ตอนหัวหลุด!) รู้สึกเหมือนดู The Tree of Life ในเวอร์ชั่นที่กำกับโดยพี่เจ้ย กล่าวคือมันเล่าเรื่องราวของช่วงชีวิตแต่ไม่ได้เน้นภาพอันหวือหวาแต่ไปเน้นที่ตัวเรื่อง เน้นบรรยากาศที่มาพร้อมกับความรุนแรงอันพรั่งพลู
 
 
23/11/12 - Artificial Paradises (Marcos Prado/ Brazil/ 2012) - 1/5
    เอะใจทั้งแต่จำนวนสปอร์นเซอร์ที่เยอะแบบมโหฬารในตอนเปิดเรื่องแล้วว่ามันต้องมีกลิ่นไม่ดีแน่ๆ แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เราสามารถให้นิยามกับหนังง่ายๆว่ามันนี่คือหนังแบบ สสส. ที่มีแต่หนุ่มสาวหน้าตาดีและหุ่นนายแบบนางแบบ (คุณจะไม่มีทางเห็นคนหน้าตาแย่ได้เลยในหนังเรื่องนี้แม้ว่าปาร์ตี้ริมหาดจะมีคนหลายร้อย) ที่พร้อมจะสั่งสอนคุณเสมอว่ายาเสพติดมันไม่ดีนะจ๊ะ ลองแล้วชีวิตจะหาไม่นะจ๊ะ แล้วก็ไม่ลืมที่จะจบแบบฟิวกู๊ดโลกสวยตามคาด อนึ่ง ขำดีกับดราม่าตอน Q&A อันว่าถึงฟูลมูลปาร์ตี้บ้านเรา
 
 
25/11/12 - Barbie (Lee Sang-Woo/ South Korea/ 2012) - 5+++/5
    ดูจบแล้วก็ต้องเห็นด้วยกับใครหลายๆคนว่าหนังแบบนี้ไม่ประเทศไหนจะทำได้ดีกว่าเกาหลีใต้ ความฉิบหายแบบนี้มันคือแบบฉบับของเกาหลีใต้แต่เพียงพู้เดียวจริงๆ หนังแบบที่ไม่มีทางออกสวยๆให้เลือก มีแต่คความเจ็บปวดรุนแรงมาประเคนให้แบบย้ำๆซ้ำๆแทน ตุ๊กตาบาร์บี้อาจคือภาพฝันอันสวยงามของเด็กสาว แต่ก็แน่ล่ะ มันเป็นเพียง "ฝัน" ที่เหล่าๆเด็กๆอาจไม่ได้เจอเลยก็ได้ในชีวิตจริง

     ปล. ฉากที่ตัวละครผู้ถือฐานะเป็นพี่สาว(ของทั้งสองฝั่ง)มาพบกันเพื่อพูดความจริงๆต่อกันแต่คนละภาษานั้นดีมากๆ ชอบฉากนี้มากจริงๆ
 

Comment

Comment:

Tweet

กำลังไล่ดูตามไปเรื่อย ๆ จากบิท แต่ Post Teneblas Lux นี่คงอีกนาน

#1 By keaaaa on 2012-12-19 22:35