02/12/12 - The Trek:ดงพญาไฟ  (ชาญชัย พานตะสี,  ปรีชา ชื่นชม/ ไทย/ 2545) - 0.5/5
 
    มึงผิดตั้งแต่มึงเอาหมาเข้าป่าแล้วล่ะและถือว่าทำร้ายกูมากที่พวกมึงไม่ตายห่าให้หมดไปเลย ฉากยิงงูบนแพนี่ขอยกให้เป็นสิ่งที่โง่ที่สุดในโลกภาพยนตร์ของปีนี้เลยให้ตายเถอะ (นี่ยังไม่ได้พูดถึงเหล่าลูกครึ่งพูดไม่ชัดแกมน่ารำคาญนะ!)
 
 
 
 
09/12/12 - กลกามแห่งความรัก (ทรนง ศรีเชื้อ/ ไทย/ 2532) - 5/5
    ถ้าเรามองหนังด้วยสายตาปัจจุบันเราคงเฉยๆกับหนังมากๆเพราะเราเลิกเชื่อแล้วกับความคิดเรื่องศักดิ์ศรีหรือความผิดบาปอะไรเทือกนั้น แต่หากเรามองด้วยสายตาของสัมคมยุคปลาย 80 ถึงต้น 90 (ที่เรายังพอจำได้ลางๆ) เราพบว่าหนังนำเสนอความคิดและความเชื่อของสังคมไทยต่อมุมมองของโสเภณีในช่วงนั้นได้น่าสนใจดี มันคือยุคแห่งความรุ่งเรืองของอาชีพการค้าร่างกาย มีความเสรีจากผลของกระแสเสรีนิยมฉบับบุปผาชนตามกระแสโลกในช่วงเวลานั้น แต่มันกลับสวนทางกับความคิดความเชื่อหลักของสังคมเองที่ยังมองอาชีพนี้เป็นความเลวร้ายอยู่ เสียเกียรติ์เสียศักดิ์ศรีอะไรก็ว่าไป ซึ่งในหนังเรื่องนี้มันแสดงให้เห็นว่ากรอบความคิดแบบนี้มันแข็งแรงมากกับพื้นที่นอกเขตเมืองหลวงในยุคที่ยังโลกยังไม่ได้ global มากนัก โดยในทางกลับกันความเสรีมันกลับไปกำเนิดเกิดขึ้นในเมืองหลวงที่เจริญมากกว่า ดังนั้นแล้วหนังมันเลยแสดงให้เห็นถึงขั้วขัดแย้งระหว่างชีวิตที่ดีขึ้น ที่เสรีขึ้นกับความสุขที่ลดลงในการต่อกรกับความคิดแบบเดิม

     ชอบฉากจบมากเพราะมันได้ตั้งคำถามว่า "ตกลงแล้วอะไรกันคือสิ่งที่ชีวิตมนุษย์ต้องการ?" ซึ่งคำตอบมันแปรผันตรงในแต่ละบุคคล

     ปล. วลีเด็ด  "ความจนทำให้ผู้ชายไปเป็นคอมมิวนิสต์ ผู้หญิงไปเป็นกระหรี่"
 
14/12/12 - ยอดมนุษย์เงินเดือน (วิรัตน์ เฮง/ ไทย/ 2555) - 4.5/5
    ชอบหนังมากกว่าที่คิดไว้เยอะแฮะ เราว่าหนังมันสามารถตอบโจทย์ให้กับพวกมนุษย์เงินเดือนอย่างเราดีแม้มันจะพยายามฟรีซเหล่าคนกินเงินเดือนให้อยู่ในกรอบด้วยมุมมองของคนที่อยู่เหนือกว่าที่พยายามควบคุมมนุษย์เหล่านั้น โดยส่วนตัวเราเห็นว่ามันเป็นเรื่องจริงที่สามารถเข้าใจและยอมรับได้ในนามของมนุษย์กินเงินเดือน(แต่จะด้วยเต็มใจหรือไม่นั้นก็เรื่องหนึ่ง) เลยไม่ได้รู้สึกต่อต้านมุมมองนั้นและสนุกกับหนังไปได้ตลอด จริงๆอยู่ที่ชีวิตกินเงินเดือนของเราอาจไม่ได้แมนสตรีมมากเหมือนอย่างในหนังแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้สร้างแม่งเก่งในการขนความ cliche ของเหล่าหนุษย์พวกนี้มาทำให้มันสนุกได้โดยที่ไม่ได้รู้สึกตะขัดตะข่วนใดๆเว้นเสียแต่ไอ้ตัวนางเอกที่มันเยอะเกินไปหน่อย น่าหมั่นไส้มากแต่ห่าเอ้ย! ไอ้ตัวละครตัวนี้มันกลับมาแฟนตาซีเราได้ว่ะ! แล้วจริงๆมันคือแฟนตาซีของมนุษย์แดกเงินเดือนเลยด้วยซ้ำ ทำตัวเก๋ๆ เริดๆไปวันๆ ที่นอกเสียจากจะเป็นเด็กเส้นสายแล้วมันต้องรวยด้วยและแน่นอนมนุษย์อย่างกูไม่ใช่พ่อพระ กูอยากเอาเงินไปทำอย่างที่นางเอกมันได้ทำ (แต่ไอ้การกระทำของตัวนางเอกในเรื่องงานบางอันมันก็เว่อร์เกินรับได้มากๆเช่นการทำโลโก้ในแบบสอบ-ถาม) แต่หากถามว่าเรายอมรับไหมกับไอ้คนแบบนี้ ก็คงตอบว่าไม่แต่อาจเพราะจริงๆแล้วตัวเราเองยอมจำนนกับระบบแบบนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้ จำนนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวที่มัวแต่เชื่อว่ากูยังสามารถแหกคอกออกไปได้โดยการแสดงออกที่ฉาบหน้าและการพรมนิ้วมือบนแป้นพิมพ์บอกกล่าวกับชาวบ้านชาวช่องเขาในโลกออนไลน์ แล้วพอหนังมันมาถึงตอนจบที่เห็นหลายๆคนไม่ชอบกัน แต่เรากลับรู้สึกชอบจังเลยว่ะ แม่งเศร้าดี เศร้าที่รู้ว่าผ่านไปอีกปีกูก็ยังอยู่ที่เดิมโดยที่ไอ้พลุห่าเหวนั้นมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย

     อนึ่ง โครตชอบซีนหน้าบาร์ของพี่ติ๊กที่พูดถึงเรื่องความฝันมากๆๆๆๆๆๆ เป็นซีนที่ดีมากเบย

     จึงเรียนมาเพื่อทราบ
     ด้วยความเคารพ
     ในนามของพนักงานบริษัทผู้อยู่ในโอวาท
 
15/12/12 - รัก 7 ปี ดี 7 หน (ปวีณ ภูริจิตปัญญา, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม, จิระ มะลิกุล/ไทย/ 2555) - 3.5/5
    หนังครบรอบ 7 ปีของค่ายหนังอารมณ์ดีที่ยังคงเก่งฉกาจเหมือนเดิมในการนำเสนอ คือเรื่องราวอาจไม่ได้มีอะไรใหม่เลย บางตอนนี่ยี้มากด้วยซ้ำแต่การนำเสนอและจังวงจังหวะของมันเป๊ะมากจนต้องยอมมัน (และช่วงนี้ตัวเราเองไม่รู้เป็นไรแพ้ทางหนังบิวส์ว่ะ!) ออ! คนที่ผ่านหนัง GTH มาตลอดคงเพลินดีกับการเห็นการรวมตัวของนักแสดงทั้งหลายของค่ายหนังนี้

    14: ปวีณยังคงบ้าพลังเหมือนเดิมซึ่งช่วงแรกนั้นถือว่าความบ้าพลังของเขาสามารถช่วยให้หนังดูน่าสนใจขึ้นและสามารถนำมารองรับสารอันว่าด้วยเรื่องของวัยรุ่นกับโซเชียลได้ดี แต่พอผ่านพ้นจุดเปลี่ยนของเรื่องไปแล้วความบ้าพลังนั้นก็กลับย้อนมาแว้งกัดให้หนังเสียเอง แต่เอาน่ะ เราชอบที่หนังพูดถึงการยอมรับกับความรักของวัยรุ่นยุคใหม่(ผ่านทางโซเชียลเน๊ตเวิร์ค) และเพราะมันเป็นวัยรุ่น หลายๆสิ่งที่พวกมันทำในเรื่องเลยไม่ตะขัดตะข่วนมากนัก (นี่ถ้าไม่ใช่วัยรุ่นแล้วไปอัดวีดีโอระบายความในใจหรือไปปรึกษาคนในพันทิปนี่มันคงจักกะจี้น่าดู) อนึ่ง ชอบปันปันในเรื่องนี้มากๆ

     21/28: หนังตอนนี้ถือว่าโชคดีมากๆที่การบิวส์หนักๆของมันในจังหวะพอดีๆพาหนังรอดตัวไปได้ ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นหนังที่เห่ยและเราคงเกลียดฉิบหายเลย เราไม่เข้าใจการกระทำของตัวละคร ไม่ชอบความเก๋แบบประดิษฐ์ประดอยของมัน เลยกลายเป็นตอนที่ชอบน้อยที่สุด

     42.195: ชอบวิธีการเล่าเรื่องในตอนนี้นะแม้ว่าตัวเรื่องมันจะฟุ้งซ่านเหลือเกิน ตลกตัวเองที่ดูหนังไปไปคิดถึงหน้ามูราคามิจาก "เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง" ไป 555
 
16/12/12 - Hotel Transylvania (Genndy Tartakovsky/ US/ 2012) - 2/5
 
     ความสนุกของมันคือการเห็นเหล่าผีอินเตอร์มารวมอยู่ในที่เดียวกันแล้วก็นำความเฉพาะตัวของผีแต่ละตนมาล้อให้พอขำได้บ้าง ซึ่งก็เท่านั้นจริงเพราะที่เหลือคือการขายความบันเทิงให้เด็กๆดู ผีรักกับมนุษย์ไรงี้ อนุภาพความรักไม่มีพรมแดน โอ้ววววว รอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ยยยยยย
 
 
 
 
16/12/12 - Heartbeats (Xavier Dolan/ Canada/ 2010) - 4/5
    แล้วก็ดูหนังของโดแลงครบแล้ว หนังเรื่องนี้คือหนังคั่นกลางระหว่าง I Killed My Mother กับ Laurence Anyways ที่ดูแตกต่างกับหนังสองเรื่องนั้นพอควร (ในขณะที่สองเรื่องที่ว่านั้นมีความใกล้เคียงกันสูงมาก) มันว่าด้วยเรื่องของรักสามเส้าระหว่างสองเพื่อนรักกับชายหนุ่มรูปงาม ยอมรับตามตรงว่าเราเพิ่งจะมาสังเกตเห็นว่าโดแลงนี่แม่งทำหนังเนี๊ยบมาก ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม, องค์ประกอบภาพรวมไปถึงการเลือกเพลงประกอบที่เชื่อแน่ว่าคงผ่านการคิดมามากจริงๆและที่เด่นที่สุดในเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นการใช้สี สีเพื่อแสดงความรู้สึ